สรุปสั้น ๆ
- ตาร้ายคือความเชื่อว่าสายตาอิจฉา หรือแม้แต่คำชมที่มากเกินไป ทำให้คนหรือสิ่งที่ถูกมองเจอเรื่องไม่ดีได้ โดยที่คนมองอาจไม่ได้ตั้งใจ
- นักเขียนกรีกและโรมันอย่างพลูทาร์กและพลินีเขียนถึงเรื่องนี้ไว้เมื่อเกือบสองพันปีก่อน
- ลูกปัดนาซาร์แบบตุรกีทำจากแก้ว สีน้ำเงินได้จากโคบอลต์หรือทองแดง และยังทำด้วยมือในหมู่บ้านใกล้เมืองอิซมีร์
- ตารางความหมายของสีตาปีศาจที่แชร์กันในเน็ตเป็นเรื่องที่เพิ่งแต่งขึ้น ยังไม่พบแหล่งอ้างอิงทางวิชาการหรือพิพิธภัณฑ์รองรับ
ดวงตาสีน้ำเงินกลางวงสีขาวและฟ้าเป็นภาพที่เห็นได้ทั่วตุรกีและกรีซ ทั้งในบ้าน ในรถ และบนข้อมือ ชื่อภาษาไทยว่าตาปีศาจอาจทำให้นึกถึงผีสาง แต่ความเชื่อที่อยู่เบื้องหลังเป็นเรื่องของสายตาคนด้วยกัน และมีหลักฐานให้ย้อนดูได้ไกลกว่าที่หลายคนคิด
ตาร้ายคืออะไร
ความเชื่อเรื่องตาร้ายคือความเชื่อว่าสายตาทำร้ายได้ โดยเฉพาะสายตาที่อิจฉา พิพิธภัณฑ์พิตต์ริเวอร์สของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดอธิบายว่าตาร้ายมักเกิดขึ้นโดยคนมองไม่ได้ตั้งใจ และเริ่มได้ทั้งจากความอิจฉาและจากคำชม ส่วนในความเชื่อพื้นบ้านตุรกี การชื่นชมอะไรมากเกินไปก็นับว่าเป็นตาร้ายได้เหมือนกัน
แต่ละภาษามีชื่อเรียกของตัวเอง ภาษากรีกเรียกตาร้ายว่า คาโกมาติ และเรียกลูกปัดดวงตาว่า มาตากิ แปลว่าดวงตาเล็ก ๆ ภาษาอิตาลีเรียก มาลอคคิโอ ภาษาอาหรับเรียก อัลอัยน์ ส่วนภาษาตุรกีเรียกลูกปัดนี้ว่า นาซาร์บอนจูอู แปลว่าลูกปัดกันตาร้าย

ความเชื่อนี้เก่าแค่ไหน
บันทึกที่ชัดเจนที่สุดชิ้นหนึ่งมาจากพลูทาร์ก นักเขียนกรีกช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 1 ในหนังสือ Table Talk เขาอธิบายว่าความอิจฉาส่งพลังร้ายออกมาทางดวงตา เด็กเล็กโดนง่ายที่สุด และเครื่องรางช่วยได้เพราะความแปลกตาของมันดึงสายตาคนมองให้ไปหยุดที่เครื่องรางก่อน
ในศตวรรษเดียวกัน พลินีผู้อาวุโสชาวโรมันบันทึกว่ามีคนที่ทำให้สัตว์เลี้ยงหรือเด็กเจ็บป่วยได้เพียงเพราะชมหรือจ้องมอง และพี่เลี้ยงเด็กจะถ่มน้ำลายเมื่อมีคนมองเด็กที่กำลังหลับ ชาวกรีกเรียกพลังนี้ว่า บัสคาเนีย ส่วนชาวโรมันเรียกว่า ฟัสซินุม ซึ่งเป็นรากของคำว่า fascinate ในภาษาอังกฤษ
ย้อนไปไกลกว่านั้น มีคาถาป้องกันตาร้ายจากเมโสโปเตเมียสมัยบาบิโลนเก่า เมื่อเกือบสี่พันปีก่อน แต่นักวิชาการยังเห็นไม่ตรงกันว่าความเชื่อนี้แพร่หลายแค่ไหนในยุคนั้น ส่วนตัวเลขอย่าง 6,000 ปีที่เห็นบ่อยในเน็ต ยังไม่พบหลักฐานรองรับ
ลูกปัดลายดวงตาโบราณ ไม่ได้แปลว่าใช้กันตาร้ายเสมอไป
พิพิธภัณฑ์เมโทรโพลิแทนในนิวยอร์กมีลูกปัดแก้วลายดวงตาจากอียิปต์สมัยราชอาณาจักรใหม่ ราว 1550–1080 ปีก่อนคริสตกาล ทำจากแก้วสีน้ำเงิน เหลือง และขาว และมีลูกปัดดวงตาแบบฟินิเชียนและคาร์เธจจากราวศตวรรษที่ 4 ถึงศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาล แต่ข้อมูลของพิพิธภัณฑ์ไม่ได้บอกว่าลูกปัดเหล่านี้ใช้กันตาร้าย ลูกปัดลายดวงตาเก่าแก่มากก็จริง แต่การเหมาว่าเป็นเครื่องรางแบบเดียวกับนาซาร์ยังไม่มีหลักฐานพอ
ลูกปัดนาซาร์ทำกันอย่างไร
นาซาร์แบบตุรกีทำจากแก้ว ส่วนใหญ่เป็นแก้วรีไซเคิล สีน้ำเงินเข้มได้จากโคบอลต์ออกไซด์ หรือทองแดงออกไซด์ที่ราคาถูกกว่า ซึ่งช่างทำขึ้นเองด้วยการจุ่มทองแดงร้อน ๆ ลงในน้ำ ช่างหลอมแก้วในเตาดินที่เผาด้วยไม้สน ความร้อนราว 800–1,000 องศาเซลเซียส แล้วแต่งลายดวงตาลงบนลูกปัดทีละลูก ช่างฝีมือดีทำได้ราววันละพันลูก
แหล่งที่มีชื่อที่สุดอยู่ใกล้เมืองอิซมีร์ คือหมู่บ้านเกอเรเจ และหมู่บ้านนาซาร์เคย ซึ่งเดิมชื่อคูรูเดเร แล้วเปลี่ยนชื่อในปี 2007 ตามงานที่คนในหมู่บ้านทำ ปี 2012 ช่างทำนาซาร์ชื่อมาห์มุต ซูร์ ได้รับเลือกเข้าทะเบียนสมบัติมีชีวิตของชาติตุรกี
งานศึกษาคติชนตุรกีบันทึกว่า คนตุรกีติดนาซาร์ไว้กับผ้าห่อตัวหรือหมอนของทารก เหนือประตูบ้าน ในรถยนต์และรถบัส ที่คอสัตว์และในคอก ในไร่องุ่น และที่ประตูร้านเปิดใหม่ ส่วนลูกปัดเครื่องรางที่แขวนคอม้ามีบันทึกย้อนไปถึงคริสต์ศตวรรษที่ 11
ทำไมต้องสีน้ำเงิน
คำอธิบายที่งานวิชาการอ้างบ่อยคือ ในแถบนั้นคนตาสีฟ้ามีน้อย ตาสีฟ้าจึงดูน่ากลัว และเชื่อกันว่าสีน้ำเงินดึงสายตาแบบนั้นมาไว้ที่ตัวเอง หรือสะท้อนกลับไป พูดง่าย ๆ คือใช้ตาสีน้ำเงินสู้กับตาสีฟ้า
ความหมายของสีตาปีศาจ: เรื่องที่เพิ่งแต่งขึ้น
ถ้าค้นคำว่าความหมายสีตาปีศาจ จะเจอตารางที่บอกว่าแต่ละสีให้พลังต่างกัน แต่ตารางเหล่านี้ไม่อ้างที่มา และยังขัดกันเอง เช่น สีเหลือง บางร้านว่าหมายถึงความสุข บางร้านว่าความสำเร็จ บางร้านว่าสุขภาพ เราไม่พบงานวิชาการหรือข้อมูลพิพิธภัณฑ์ที่ให้ความหมายสีแบบนี้ ลูกปัดโบราณมีหลายสีก็จริง แต่ไม่มีบันทึกความหมายประจำสี
ถ้าอยากได้ความหมายของสีจริง ๆ ลองใช้สีตามทักษาของวันเกิดแทน อย่างน้อยก็มีตำราให้ย้อนดูได้ นอกนั้นเลือกสีที่ชอบได้เลย
ลูกปัดแตก หมายความว่าอะไร

ในความเชื่อตุรกี ถ้านาซาร์แตก แปลว่าลูกปัดดึงตาร้ายมาไว้ที่ตัวเองแล้ว หรือพูดอีกอย่างว่าทำหน้าที่เสร็จแล้ว ส่วนคำแนะนำว่าต้องเปลี่ยนลูกใหม่ทันที หรือต้องทิ้งอย่างไร พบในเว็บไซต์ยุคหลังมากกว่าในงานบันทึกคติชน
ตาปีศาจกับฮัมซา

ฮัมซา หรือคัมซา แปลว่าห้าในภาษาอาหรับ ตามนิ้วทั้งห้า บางคนเรียกว่ามือของฟาติมา บริติชมิวเซียมระบุว่าทั้งชาวมุสลิมและชาวยิวใช้ฮัมซาป้องกันสายตาอิจฉามาแต่เดิม และมักทำคู่กับดวงตาสีน้ำเงิน ชาร์มฮัมซาของเราก็มีดวงตาสีน้ำเงินอยู่กลางฝ่ามือ จึงใส่คู่กับตาปีศาจได้ลงตัว
มุมมองทางศาสนา
ในศาสนาอิสลามมีหะดีษว่าตาร้ายมีจริง แต่การพึ่งเครื่องรางถือว่าขัดหลักศาสนา สำนักกิจการศาสนาของตุรกีวินิจฉัยในปี 2017 ว่าการใส่ลูกปัดนาซาร์เพื่อหวังให้ช่วยคุ้มครองไม่เป็นที่อนุญาต ให้อ่านซูเราะฮ์อัลฟะลักและอันนาสแทน โดยคำวินิจฉัยนี้ไม่ได้พูดถึงการใส่เป็นเครื่องประดับ ฝั่งคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์มีบทสวดของนักบวชเพื่อขับไล่ตาร้าย และห้ามใช้ไสยศาสตร์พื้นบ้าน ถ้าคุณยึดถือหลักศาสนาใด ลองปรึกษาผู้รู้ในศาสนานั้น
ตาปีศาจบนสายนาฬิกา

ร้านเรามีตาปีศาจสองแบบ แบบงานลงยาเป็นดวงตาสีน้ำเงินล้อมด้วยช่อใบไม้สีเขียวและดอกไม้เล็ก ๆ ดูอบอุ่นและใส่ได้ทุกวัน อีกแบบเป็นคริสตัลทรงกลม วงนอกสีน้ำเงินเข้ม ไล่เข้ามาเป็นคริสตัลใส สีฟ้าเทอร์ควอยซ์ และจุดดำตรงกลาง ประกายชัด เหมาะกับวันที่อยากให้ข้อมือดูหรูขึ้น

ชาร์มคริสตัลควรเลี่ยงน้ำหอมและสเปรย์ และไม่ควรแช่น้ำ ส่วนชาร์มงานลงยาควรถอดก่อนอาบน้ำหรือว่ายน้ำ
แหล่งอ้างอิง
- Pitt Rivers Museum: Amulets and the evil eye
- Plutarch, Table Talk 5.7 (Perseus Digital Library)
- Pliny the Elder, Natural History 28.7 (Perseus Digital Library)
- The Met: ลูกปัดแก้วลายดวงตา อียิปต์ ราชอาณาจักรใหม่
- งานวิจัยการผลิตลูกปัดนาซาร์ในตุรกี (DergiPark)
- Visit İzmir: หมู่บ้านนาซาร์เคย
- Anadolu Agency: ช่างนาซาร์ มาห์มุต ซูร์
- British Museum: เครื่องรางฮัมซา
- Diyanet: คำวินิจฉัยเรื่องการใส่ลูกปัดนาซาร์ (2017)







